"ชีวิตเพื่อทุกคน" - มูลนิธิซิสเตอร์คามิลเลียนอนุสรณ์

ความประทับใจในคณะโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี Delegazione  Thai
37 ปีที่เข้ามามีส่วนร่วมกับคณะ ก็มีความทรงจำเป็นช่วง ๆ ที่อยากแบ่งปันคือ

 1 เยาวชนที่กำลังตัดสินใจเลือกการดำเนินชีวิต

           ช่วงนั้นฉันอายุ 16 ปีอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนนักบุญเปโตร สามพราน ที่บ้านวางแผนชีวิตให้ว่าพอจบ ม.3 ควรเลือกเรียนสายอาชีวศึกษาเพื่อหางานทำได้เร็ว ๆ จำได้ว่าเย็นวันหนึ่งในคาบลูกเสือเนตรนารีผู้ใหญ่ประกาศว่าให้เด็กนักเรียนหญิงคาทอลิกไปที่วัดเพื่อพบปะกับ Sister คณะหนึ่งคิดในใจว่ามาอีกแล้วหรอไปเข้าค่ายที่ต่าง ๆ เบื่อแล้วแต่ก็ต้องไปฟังเพราะเป็นคำสั่งแต่ใครจะไปรู้ว่าการได้พบปะกับ Sister missionary ฝรั่งตัวสูงมีกางเขนแดงที่หน้าอกด้านซ้ายในครั้งนั้นจะเปลี่ยนชีวิตของดิฉันจนถึงทุกวันนี้


2 การดลใจที่มาจากเบื้องบน

            เพื่อน ๆ ก๊วนเดียวกัน 5 คนผู้เป็นเหมือนอาสาสมัครตัวแทนวัดไปเข้าค่ายกระแสเรียกที่นู่นที่นี่เสมอได้ลากฉันมาเข้าค่ายกระแสเรียกที่บ้านโป่งด้วย แต่จำได้ว่าช่วงที่ซิสเตอร์เอเล โอโนรา (ซิสเตอร์ฝรั่งตัวสูง) ได้เรียกไปคุยไปถามฉันก็ยังไม่ได้ให้คำตอบเพราะต้องกลับไปถามผู้ปกครองก่อนแต่ก่อนจะขึ้นรถสองแถวของน้าเฮงออกมาขึ้นรถเมล์หน้าถนน Sister เอเล ได้ถามว่ามีใครจะกลับมาเคาะประตูบ้าน Sister บ้างไหมคะ ฉันรีบตะโกนบอกทันทีเลยว่า "หนูค่ะ" ยังงงอยู่เหมือนกันว่าตอบไปได้ไงหรือเป็นการดลใจจากเบื้องบน

 3 มาถึงบ้าน

             สมัยนั้นการติดต่อสื่อสารส่วนใหญ่จะเป็นจดหมาย ซึ่งหลังจากกลับจากค่ายกระแสเรียก ดิฉันได้ไปคุยกับเตี่ย-แม่-พี่สาวดู ซึ่งทางบ้านก็ไม่ว่าอะไร มารู้จากพี่สาวในภายหลังว่าที่ทุกคนยินดีอนุญาตให้ดิฉันเข้าอารามก็เพราะคิดว่า ดีเหมือนกันที่จะส่งไปดัดนิสัยเพราะดื้อเงียบและแก่นเหลือเกิน และแล้ววันหนึ่งดิฉันก็ได้รับจดหมายจากอารามฉบับหนึ่งเขียนว่า Sister จะมาเยี่ยมหนูกับครอบครัวนะคะ วันไหนก็ไม่ระบุแต่แล้วเย็นวันหนึ่งขณะที่ดิฉันกำลังทำงานในเล้าหมู (วงเล็บหน้าที่เด็กสามพราน) พี่สาวตะโกนเรียกบอกมี Sister มาหาดิฉันอายมากเพราะยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเลยเปียกและเลอะเทอะไปหมดแต่ Sister ท่านบอกไม่เป็นไรแล้วเราก็เริ่มคุยกันแบบจริงจังดิฉันประทับใจมากที่ซิสเตอร์เขามาเจอดิฉันในขณะที่ดิฉันอยู่ในหน้าที่เหมือนพระเยซูไปพบและเรียกสาวกขณะที่พวกเขากำลังทำงานเช่นกัน

 4 ชีวิตผู้ฝึกหัด จนถึงชีวิต นักบวช

              ในอารามไม่มีหมูให้เลี้ยงแต่มีไก่มากมาย หลายเล้า ที่ซิสเตอร์เขาเลี้ยงไว้เพื่อพวกเราทั้งบ้านได้มีโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไว้กิน มาเรียนรู้ภายหลังว่าการเลี้ยงไก่-กระต่าย-หมู-วัวที่อารามเป็นเหมือนการฝึกฝนการเอาใจใส่ ดูแล การเสียสละ การสังเกต การอบรมเพื่อจะไปดูแลผู้ป่วยในอนาคตก็ต้องมีพื้นฐานการดูแลสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือพืชเป็นเพื่อน ๆ ที่อยู่รอบข้างก่อนซึ่งก็เป็นสิ่งจำเป็นเพราะเมื่อเรามีบ้านพักผู้สูงอายุเบธานี มีกิจการที่ท่าหว้า มีงานคำสอนที่โป่งยอ ดิฉันก็รู้สึกว่างานต่าง ๆ ได้ถูกฝึกฝนมาแล้วจากการอบรมดูแลชีวิตที่คณะได้ให้ ที่คอยสอน คอยบอก ทำเป็นแบบ ซึ่งทำให้รู้สึกอยากเลียนแบบและเมื่อโตขึ้นเวลาผ่านไปภาพความประทับใจก็ยังไม่ลืมเลือน

5 แด่ท่านนวกจารย์ที่ทุ่มเท

                ดิฉันและเพื่อน ๆ เพราะที่มีอีก 2 คน คือ โนวิส รุ่นสุดท้ายที่จบวาระของซิสเตอร์เอเล โอโนรา เพราะหลังจากการถวายตัวครั้งแรกได้ 8 วันท่านก็ล้มป่วยต้องผ่าตัดใหญ่และกลับไปรักษาตัวต่อที่อิตาลีอีก 2 ปีแล้วท่านก็จากไป การทุ่มเท แบบอย่าง การสอน การใส่ใจ เอาใจใส่ ทำให้ในวันนี้มีพวกเราดิฉันรู้สึกขอบคุณท่านและจารึกบุญคุณท่านเสมอในหัวใจ  เมื่อเร็ว ๆ นี้ซิสเตอร์ชาวอิตาเลียนท่านหนึ่งได้คุยกับดิฉันท่านบอกว่าสำหรับความคิดของท่าน Sister เอเล เป็นเหมือนกับผู้ตั้งคณะอีกคนหนึ่งของคนไทยซึ่งดิฉันก็คิดว่ามันถูกต้องเลยและภคินีทุกคนควรสะท้อนชีวิตของผู้ตั้งคณะในมุมมองต่าง ๆ ให้ทุกคนได้รู้จักด้วย

6 การเป็นส่วนหนึ่งของคณะ

                 ถ้าจะให้ดิฉันนิยาม ชีวิตตั้งแต่วันแรกที่เข้าอารามจนถึงวันนี้ก็ต้องบอกว่าขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระคุณแห่งกระแสเรียกขอบคุณพระองค์ที่ค่อย ๆ เผยแสดงพระองค์และเรียกดิฉันให้มามีส่วนร่วมในพันธกิจของคณะภคินีผู้รับใช้คนป่วยแห่งนักบุญคามิลโล ขอบคุณคณะที่ได้รับดิฉันเข้ามาเป็นสมาชิกได้อบรมสั่งสอนขัดเกลา ให้ความรู้ ให้ความรัก ความเข้าใจดุจครอบครัวที่ 2 ขอบคุณคณะผู้ให้การอบรมทุกคนขอบคุณพี่น้องสมาชิกในคณะทุกคนที่ให้เรามาพบกันในครอบครัวนักบวชและร่วมในอุดมการณ์เดียวกัน ขอบคุณฆราวาสทุกคนที่เราได้รู้จักกันและมีการร่วมมือกันในช่วงเวลาตามสถานการณ์ต่าง ๆ ทุกสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าหากดิฉัน ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของคณะด้วยใจกตัญญู ดิฉัน จะพยายาม ปฏิบัติหน้าที่การเป็นนักบวชให้ดีที่สุดด้วยความรับผิดชอบ สมกับที่คณะได้ไว้ใจและส่งดิฉันไปปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายร่วมยินดีและเป็นหนึ่งเดียวกับสมาชิกใน Delegazione Thai ทุกคน  โอกาสที่เราทำฉลอง 50 ปีขอพระเจ้าทรงอวยพระพรพวกเราทุกคนและผู้กำลังรับการอบรมทุกคนด้วยเช่นกันในความแตกต่างมีความร่ำรวยในความไม่สมบูรณ์มีพระหรรษทานของพระเจ้าที่ทรงค้ำพยุงดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของคณะ 37 ปี

ซิสเตอร์โรซาเลีย จีรพา  กิจเต่ง

ข่าวสาร กิจกรรม และบทความ

5 มีนาคม บ้านเบธานี ขอขอบคุณทีมสหวิชาชีพของโรงพยาบาลบ้านโป่งที่มาทำกิจกรรมกับคุณยายค่ะ

สถานชีวาภิบาล มาตรา 3 ระบบบัตรทอง ‘บ้านเบธานี’ ดูแลผู้สูงวัยด้วย “จิตตารมณ์เมตตา”

                สถานชีวาภิบาล “บ้านเบธานี” จ.ราชบุรี บ้านพักผู้สูงอายุ ให้บริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวด้วยจิตตารมณ์เมตตา ไม่คิดค่าใช้จ่าย ร่วมขึ้นทะเบียนหน่วยบริการมาตรา 3 ในระบบบัตรทอง หนุนงบช่วยเสริมการดำเนินงานฯ ที่ขับเคลื่อนด้วยเงินบริจาค-แรงศรัทธ พร้อมสนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ปัจจุบันรองรับผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป 50 เตียง ดูแลครอบคลุมครบทุกมิติ สุขภาพ-จิตใจ-สังคม-จิตวิญญาณ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีตั้งแต่ต้นจนถึงบั้นปลาย พร้อมจากไปอย่างสงบสุข

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ บ้านเบธานี ขอขอบคุณ คุณนวลพร และเพื่อน ๆ สำหรับอาหาร และของใช้ที่จำเป็น ที่นำมามอบแก่เราค่ะ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ของบ้านเบธานี ทุกคนเข้ารับการอบรมประจำเดือน

ประคองชีวิต จนถึงลมหายใจสุดท้าย
           เสียงจากญาติผู้ดูแล ผู้กำหนดนโยบาย และผู้ลงมือทำ ในบ้านหลังหนึ่งที่เรียกว่า “เบธานี” อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
.
           วันที่ครอบครัวของ คุณวรารัตน์ นิธิโรจนสานนท์ (ญาติผู้ดูแล) ทราบว่า “คุณอา” วัย 71 ปี ป่วยเป็นมะเร็งระยะลุกลาม คำถามสำคัญไม่ได้มีแค่ว่าจะรักษาอย่างไร แต่คือจะ “ใช้ชีวิตช่วงท้ายแบบไหน”

          ตรุษจีน ที่บ้านลอเรนโซ 17 กุมภาพันธ์ 2569

ขอแจ้งว่า ข้อความดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ

          วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026 พิธีบูชาขอบพระคุณ พร้อมกับโปรดศีลเจิมคนไข้ ที่บ้านเบธานี โอกาสวันผู้ป่วยสากลครั้งที่ 34

1 มกราคม 2026 กีฬาสีสัมพันธ์ที่บ้านเบธานี

         วันที่ 5 ธันวาคม บ้านลอเรนโซได้จัดฉลองบ้านประจำปี เป็นเวลา 24 ปีแล้ว ที่บรรดาเด็ก ๆ ไม่เพียงพบประตูบ้านที่เปิดต้อนรับพวกเขา แต่พบหัวใจของบรรดา "แม่ซิสเตอร์" ที่โอบรับพวกเขาด้วยความรัก

         วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 บ้านเบธานีร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง ในบรรยากาศที่น่ารัก ขอขอบคุณทีมผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ร่วมใจกันจัดกิจกรรมให้คุณยายสนุกและมีความสุข กันถ้วนหน้า

 

          วันที่ 15 - 18 ตุลาคม พ.ศ. 2568 โครงการเยาวชนจิตอาสา จัด "ค่ายประกายรัก - ฉัน ว้าว" เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้ "ค้นพบ พรสวรรค์ มากมาย" ที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่ละคนอย่างไม่มีเงื่อนไข เมื่อค้นพบแล้วก็สามารถพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ และนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม