"ชีวิตเพื่อทุกคน" - มูลนิธิซิสเตอร์คามิลเลียนอนุสรณ์

                สดุดีที่ 23 “พระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงดูข้า” นี่คือบทเพลงสดุดีที่ฉันชอบมักจะพูดติดปากเมื่อประสบความยากลำบากและสงสัย เมื่อฉันไปอยู่ที่อิตาลีใหม่ ๆ ใจตนนั้นไม่พร้อมไม่มีความปรารถนาที่จะไป ไม่รู้เพราะเหตุผลอะไรในความนบนอบก็ตอบ "ค่ะ" เมื่อมาถึง การเป็นคนใหม่อะไรยังไม่เข้าที่ ก็มีผู้ที่คอยช่วยเหลืออธิบาย แล้วเวลาผ่านไปพอสมควรก็ต้องเดินด้วยขาของตนเองต้องเรียนรู้ภาษา วัฒนธรรม อุปนิสัยของบุคคลที่เจริญชีวิตร่วมกัน ซึ่งเวลานั้นมีหลายชาติที่ร่วมกัน มีคนที่ดีกับฉันและมีคนที่อุปนิสัยไม่ตรงกัน



 “พระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงดูข้า”                ความแตกต่างในชีวิตครอบครัว ฉันถูกอบรมมาในครอบครัวที่มารดาเข้มงวดฉันจึงมีนิสัยค่อนข้างจริงจังชอบสังเกต มีความรู้สึกไวต่อท่าทีคำพูดของบุคคล ไม่ใช่คนวู่วามหรือแค้นเคืองหรือเอาคืนเมื่อโดนกระทำมีแต่เก็บไว้คนเดียว ณ เวลานั้นจะพูดคุยหรือแบ่งปันกับใครก็ยากลำบาก ด้วยเหตุที่ภาษายังอ่อนแอสิ่งเดียวที่ทำได้คือพูดคุยกับพระเยซูบนกางเขนทุกครั้งที่เข้าวัดมาเฝ้าพระองค์ส่วนตัว และสิ่งที่บรรเทาใจคือ "พระองค์ทรงเป็นผู้เลี้ยงดูข้า" เป็นเช่นนี้หลายปีจนวันหนึ่งฉันพูดกับตัวเองว่า ถ้าอยู่ต่ออีกฉันจะต้องสู้ ฉันจะต้องทำอะไรก็ได้ ให้ผู้ที่ว่าฉันนินทาใส่ร้ายฉันได้รับอะไรบ้าง และฉันเปลี่ยนพฤติกรรมในทางลบ จากเงียบยอมไม่ต่อสู้ "พระองค์ทรงเลี้ยงดูข้า" มีแต่โมโหกับใครก็ได้ที่มาแสดงไม่ดีต่อฉันหรือว่าฉัน 

              ฉันรู้สึกว่ามีความสุขน้อยลง ในการอยู่กับผู้อื่น ชอบปลีกตัวอยู่คนเดียวเวลาผ่านไปนานเกือบปีจนฉันได้มีโอกาสไปเขาเงียบในบ้านของคณะซึ่งอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง คุณพ่อพูดเทศน์ได้พูดถึงความเชื่อและมันเป็นประโยคที่ฉันประทับใจคุณพ่อพูดว่า "ความเชื่อของเราในชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร? และเราจะให้ความเชื่อมีชีวิตมีบทบาทต่อเราได้อย่างไร?  คุณพ่อยกตัวอย่างว่าถ้าเธอบอกว่าเธอมีความเชื่อจริงเผอิญวันนั้นมีพี่น้องสมาชิกเข้ามาหาเธอและว่าเธอด้วยความโกรธถ้าเธอสามารถที่จะหยุดฟังไม่โต้ตอบมองเหตุการณ์นั้นในมุมบวกโดยภายในใจของเธอไม่เคียดแค้นผู้นั้นนั่นแหละความเชื่อที่เธอมีต่อพระเจ้า"

              เมื่อฉันจบการเข้าเงียบและกลับมาในหมู่คณะฉันพยายามทำงานกับตัวเองโดยผ่านพระหันสถานจากพระองค์มันเป็นประสบการณ์ในฝ่ายจิตที่ฉันไม่ลืมฉันรู้สึกถึงความเป็นอิสระภายในอย่างบอกไม่ถูกว่าฉันพบความสุขมีใจเปิดกว้างกับทุกคนความเป็นตัวตนที่แท้จริงกลับมาพร้อมรับสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาในชีวิตของฉันและบอกกับตนเองเสมอๆว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงดูข้าและโมทนาพระคุณที่ทรงมอบให้ฉันได้รับประสบการณ์กับพระองค์

ซิสเตอร์มารีอา ศิริรัตน์  ศรีวิโรจน์

ข่าวสาร กิจกรรม และบทความ

11 กรกฎาคม 2569 "ขอบคุณที่มอบด้วยใจ - ขอรับไว้ด้วยใจกตัญญู"
         คณะผู้บริหาร บรรดาคุณยาย และบุคคลากรทุกท่านของบ้านเบธานี ขอขอบคุณ คุณวชิรา รุจิรัตน์ พร้อมกับครอบครัว และเพื่อน ๆ ที่ได้กลับมาเยี่ยมพวกเราอีกครั้ง พร้อมกับนำอาหารเที่ยง แสนอร่อยมาฝากคุณยาย และที่สำคัญ ยังได้ร่วมกิจกรรมนันทนาการ ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยสีสันและความสุข ผ่านบทเพลงร่วมสมัยที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ และในโอกาสนี้คุณนิตย์ หิรัญญการ ก็ได้มอบพัดลมด้วย

วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2569 ทีมงานจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 5 จังหวัดราชบุรี ได้เข้าตรวจเยี่ยมบ้านพักผู้สูงอายุเบธานี
         คณะผู้บริหารและบุคลากรทุกท่านขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงสำหรับการตรวจเยี่ยม ตลอดจนคำแนะนำอันเป็นประโยชน์ ซึ่งจะนำไปใช้ในการพัฒนาและคงไว้ซึ่งมาตรฐานการดูแลและการให้บริการ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง

           วันที่ 12 มิถุนายน 2569  เวลา 9.00 น. คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบ และกำกับคุณภาพมาตรฐานบริการสาธารณสุข ผ่านทางการประสานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 5 ราชบุรี เยี่ยมสถานประกอบการ และสถานชีวาภิบาลบ้านเบธานี โดยมีซ.วิชุดา กู้ทรัพย์ ผู้ดำเนินการ และซ.รุ่งนภา นิธิสมบัติพร ผู้อำนวยการ พร้อมกับบรรดาภคินีผู้รับใช้คนป่วยแห่งน.คามิลโล ให้การต้อนรับ

รับพรวันสงกรานต์สไตล์ "ลอเรนโซ"

13 เมษายน วันปีใหม่ไทย และวันผู้สูงอายุ บ้านเบธานีจัดกิจกรรม "ผู้สูงอายุ วัยแห่งพระพร" โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวนกล้วย นาย จำนงค์ บัวคำ ให้เกียรติมาเป็นประะานในพิธี ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนทำให้งานนี้สำเร็จไปด้วยดี

               19 มีนาคม 2569 "คือความผูกพัน"   วันนี้ที่บ้านเบธานี บรรดาซิสเตอร์ บรรดาคุณยาย เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และญาติพี่น้องของคุณยายมารีอา โดเมนิกา สดชื่น มาร่วมใจกันภาวนาในพิธีบูชาขอบพระคุณ วอนขอพระเจ้าทรงรับดวงวิญญาณของ คุณยายสดชื่น ให้ได้พักผ่อนตลอดนิรันดรในอ้อมพระหัตถ์ของพระองค์

5 มีนาคม บ้านเบธานี ขอขอบคุณทีมสหวิชาชีพของโรงพยาบาลบ้านโป่งที่มาทำกิจกรรมกับคุณยายค่ะ

สถานชีวาภิบาล มาตรา 3 ระบบบัตรทอง ‘บ้านเบธานี’ ดูแลผู้สูงวัยด้วย “จิตตารมณ์เมตตา”

                สถานชีวาภิบาล “บ้านเบธานี” จ.ราชบุรี บ้านพักผู้สูงอายุ ให้บริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวด้วยจิตตารมณ์เมตตา ไม่คิดค่าใช้จ่าย ร่วมขึ้นทะเบียนหน่วยบริการมาตรา 3 ในระบบบัตรทอง หนุนงบช่วยเสริมการดำเนินงานฯ ที่ขับเคลื่อนด้วยเงินบริจาค-แรงศรัทธ พร้อมสนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ปัจจุบันรองรับผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป 50 เตียง ดูแลครอบคลุมครบทุกมิติ สุขภาพ-จิตใจ-สังคม-จิตวิญญาณ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีตั้งแต่ต้นจนถึงบั้นปลาย พร้อมจากไปอย่างสงบสุข

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ บ้านเบธานี ขอขอบคุณ คุณนวลพร และเพื่อน ๆ สำหรับอาหาร และของใช้ที่จำเป็น ที่นำมามอบแก่เราค่ะ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ของบ้านเบธานี ทุกคนเข้ารับการอบรมประจำเดือน

ประคองชีวิต จนถึงลมหายใจสุดท้าย
           เสียงจากญาติผู้ดูแล ผู้กำหนดนโยบาย และผู้ลงมือทำ ในบ้านหลังหนึ่งที่เรียกว่า “เบธานี” อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
.
           วันที่ครอบครัวของ คุณวรารัตน์ นิธิโรจนสานนท์ (ญาติผู้ดูแล) ทราบว่า “คุณอา” วัย 71 ปี ป่วยเป็นมะเร็งระยะลุกลาม คำถามสำคัญไม่ได้มีแค่ว่าจะรักษาอย่างไร แต่คือจะ “ใช้ชีวิตช่วงท้ายแบบไหน”

          ตรุษจีน ที่บ้านลอเรนโซ 17 กุมภาพันธ์ 2569